วิธีเปลี่ยนดิน African Violet (แอฟริกันไวโอเลต)

วิธีเปลี่ยนดิน African Violet (แอฟริกันไวโอเลต)

เราควรเปลี่ยนดิน African Violet ทุกๆ 6 เดือน เพราะเมื่อดินหมดสภาพจะส่งผลให้ African Violet เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น โตช้า ใบเล็กลง ไม่สมบูรณ์ และ ไม่ออกดอก

– เริ่มต้นต้องเตรียมดินให้พร้อมก่อน โดยใช้พีทมอส(Peatmoss) 70ส่วน ผสมกับ เพอร์ไลต์ (Perlite) 30ส่วน


– ก่อนที่จะเปลี่ยนดิน African Violet เราควรตกแต่งต้นก่อน โดยเด็ดใบเสีย ใบแก่ และ ดอกที่แห้งเหี่ยว ออกเสียก่อน

– หลังจากเด็ดออกแล้วหมดแล้ว จะเห็นว่าลำต้นจะโผล่ออกมาเป็นแบบต้นมะละกอ ดูแล้วไม่สวยงามเลย

– ขั้นต่อมา เรามาเริ่มเปลี่ยนดินกันเลย ค่อยๆดึง African Violet ออกจากกระถาง

และ ค่อยๆเขี่ยดินออกจากราก

หากรากเยอะมากยาวชนก้นกระถาง เราก็สามารถตัดออกได้ เพราะว่าเราจะปลูกให้ต้นต่ำลง หากไม่ตัดรากจะติดก้นกระถาง

– ใส่ดินรองก้นกระถาง กะให้พอกับระยะของรากและต้น

– และ ค่อยๆใส่ดินลงไปทีละข้าง แล้ว ค่อยๆใช้นิ้วกดดินรอบๆ ไม่ต้องให้แน่นมากพอให้ต้นไม้ทรงตัวได้มั่นคง

แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย

หาแปรงขนนุ่มๆมา ปัดดินออกจากใบให้เรียบร้อยเพื่อความสวยงาม

การเลี้ยง African Violet (แอฟริกันไวโอเลต) ในบ้าน

ผู้เลี้ยง African Violet ส่วนมาก มักเลี้ยงไว้ในอาคารสำนักงาน หรือ ในบ้าน ซึ่ง African Violet ก็สามารถเติบโตได้ดี สิ่งสำคัญคือ เรื่องอุณหภูมิ แสง และ ปุ๋ย เราต้องแลดูให้เพียงพอการความต้องการ และ ควรจัดหาถาดรองน้ำรองต้นไม้ไว้เพื่อสะดวกในการให้น้ำ หากอากาศแห้งมาก เราควรพ่นน้ำเพื่อให้มีความชุ่มชื่นแก่ต้นไม้ด้วย
ข้อดีของการเลี้ยงไว้ในอาคารคือเราสามารถคุมอุณหภูมิได้ดีกว่านอกอาคาร
ส่วนมากคนที่เลื้ยง African Violet อย่างจริงจัง มักจะเลี้ยงไว้ในห้องที่ติดแอร์ หรือ ห้องที่ปรับอากาศได้ ซึ่งจะทำให้ต้นไม้ เติบโต และ ออกดอกได้ดี

เรื่องแสงเราอาจจะหาตำแหน่งที่มีแสดงธรรมชาติ เช่นริมหน้าต่าง แต่จะต้องไม่ร้อนมากเกินไป หรือ จะใช้หลอดฟลูออเรสเซนส์แบบ cool day light ธรรมดาก็ได้ ให้วางหลอดไฟห่างจากต้นไม้ ประมาณ 1 ฟุตจะให้แสงที่ดีเพียงพอแล้ว

เรื่องอุณหภูมิ ส่วนมากในอาคารอุณหภูมิจะเย็นอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ไม่ควรเกิน 30 องศา แต่ช่วงที่ต้นไม้ชอบที่สุด อยู่ที่ประมาณ 24 องศา*

รูปชั้น African Violet

* ทีมา Auburn Universities

Clib การขยายพันธุ์แอฟริกันไวโอเลต จากยอด

คลิปแสดงการขยายพันธุ์ แอฟริกันไวโอเลต จากยอด ใน Clip จะแสดงถึงการขยายพันธุ์ ด้วยการตัดยอด ขั้นตอนคือตัดยอดของ แอฟริกันไวโอเลต ออก จากนั่น แอฟริกันไวโอเลต จะสร้างยอดใหม่ขึ้นมา เราก็ปล่อยให้ยอดนั่นโต แล้วเราก็ตัดยอดเอาไปชำอีกครั้ง เราก็จะได้พันธุ์เหมือนต้นแม่ทุกประการ เทคนิคนี้ใช้กับ แอฟริกันไวโอเลต บางชนิดที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ด้วยการชำใบได้ เช่นต้นเล็กเกินไป หรือ เป็นสายพันธุ์ที่ชำใบติดยาก

Clip การชำใบแอฟริกันไวโอเลต

Clip การชำใบ แอฟริกันไวโอเลต ใน Clip สอนการชำใบ แอฟริกันไวโอเลต ที่ Youtube
ทำให้ดูที่ละขั้นเข้าใจง่ายดี แต่เป็นภาษาอังกฤษ
แอฟริกันไวโอเลต เป็นต้นไม้ ที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย และ มีวิธีการขยายพันธุ์ได้หลายวิธี

การขยายพันธุ์ แอฟริกันไวโอเลตด้วยใบ

การขยายพันธุ์ด้วยใบ เป็นการขยายพันธุ์ของแอฟริกันไวโอเลตที่ง่ายที่สุด และได้ต้นลูกที่เหมือนต้นแม่ทุกประการ จะมี 2 วิธี ชำในดิน กับชำในน้ำ ชำในน้ำจะให้รากและงอกต้นเร็วกว่าในดิน แต่ตอนย้ายไปปลูกในดิน แอฟริกันไวโอเลตจะต้องปรับสภาพรากใหม่อีกครั้ง ทำให้ตายได้ง่ายกว่าการชำดินตั้งแต่แรก

วัสดุปลูก ใช้  peat moss 2 ส่วน / vermiculite หรือ perlite 1 ส่วน

วิธีปักชำใบ เลือกใบที่ไม่แก่มาก โอกาสเน่าก็จะน้อยลงเพราะว่ากว่าจะงอกรากและต้นอ่อนก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2เดือน (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์) ใบแก่มากอาจจะหมดอายุไปก่อนที่ต้นอ่อนจะแข็งแรง อาจจะทำให้ไม่รอดได้  หลังจากได้ใบที่ต้องการแล้วให้ตัดเฉียง 45 องศาห่างจากโคนใบประมาณ 2 ซม.  เหมือนในรูป ถ้ายาวมากต้นอ่อนจะยืดมากและไม่แข็งแรง

และการชำใบแอฟริกันไวโอเลต ปักลงอย่างในรูปข้างล่าง

หลังจากชำไว้ประมาณ 1-2 เดือน แอฟริกันไวโอเลต ก็จะเริ่มมีต้นอ่อนขึ้นมาตามรูปข้างล่าง

เมื่อต้นอ่อนโตจนมีใบ 4-6 ใบแล้ว ก็สามารถแยก แอฟริกันไวโอเลต ต้นอ่อนออกมาปลูกในกระถางใหม่

อีกประมาณ 1-2 เดือนต้นแอฟริกันไวโอเลตจะโตเต็มที่พร้อมให้ดอก

 

พื้นฐานการปลูกเลี้ยง แอฟริกันไวโอเลต

1. แสงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการเจริญเติบโต และ การออกดอก แอฟริกันไวโอเลตจะชอบความสว่าง แต่ไม่ชอบแสงที่มีความร้อน ฉนั่น แอฟริกันไวโอเลตโดนแสงจากพระอาทิตย์โดยตรงไม่ได้  แสงจากหลอดไฟนีออนก็ใช้ได้ โดยวางห่างจากหลอด ประมาณ 1 ฟุต ใช้หลอดที่ให้แสดงธรรมดา (day light) วันละ 10-12 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมง และแต่ความเหมาะสมของแต่ละพันธุ์

2. น้ำ ควรใช้น้ำสะอาดที่ไม่มีสารแขวนลอย น้ำปะปาก็ได้ แต่ต้องไม่เย็นหรือร้อนเกินไป ระดับอุณหภูมิห้อง หากเป็นน้ำปะปาควรทิ้งไว้ก่อน 1 คืนเพื่อให้ครอลีนระเหยไปก่อน น้ำกรองจะดีที่สุด ใบจะสวย

3. ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยเกร็ด 20-20-20 หรือ 15-15-15 ใช้ 1/4 ช้อชา ผสมน้ำ 4.5 ลิตร  รด แอฟริกันไวโอเลต อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

4. สภาพอากาศที่เหมาะสม สำหรับ แอฟริกันไวโอเลต ควรอยู่ในช่วง 22 -24 องศา แต่อาจจะได้ถึง 28 องศา แต่ไม่ควรเกินเพราะจะทำให้ แอฟริกันไวโอเล็ต เฉาและเน่าง่าย และที่สำคัญ ควรรักษาอุณหภูมิไม่ควรเปลี่ยนแปลงมาก

5. ดิน ใช้ peat moss ผสม vermiculite หรือ perlite 30%-40% (peat moss 2 ส่วน / vermiculite หรือ perlite 1 ส่วน)

รูปตัวอย่าง peat moss

ตัวอย่าง peat moss ยี่ห้อที่ซื้อ หาได้ตามร้านทั่วไป

Tagged with:
Top