เอาแอฟริกันไวโอเล็ต มาใส่ในโหลแก้วทำเป็น terrarium อยู่มาหลายอาทิตย์แล้ว
ยังสวยงามดีอยู่ แสดงว่าแอฟริกันไวโอเล็ตปลูกใน terrarium ได้จริง ใครมีโหลแก้วว่างๆลองเอามาทำดูไม่ยาก

แอฟริกันไวโอเล็ต - Africanviolet
แอฟริกันไวโอเล็ต – Africanviolet

การชำใบแอฟริกันไวโอเล็ต หรือ อนุบาลต้นอ่อนแอฟริกันไวโอเล็ต หรือ ต้นไม้อื่นๆ ต้นไม้มักจะต้องการความชื้นสูง ซึ่งก็มีหลายวิธีการให้ความชื้น เช่น ใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่มาห่อไว้ หรือ ใช้กล่องพลาสติก แต่ก็มักจะมีปัญหาเช่นกล่องพลาสติกไม่ใสแสงลงมาไม่พอ หรือ ถุงพลาสติกโดไอน้ำมากๆ ไม่พองยุบลงมาทับต้นไม้

แต่ถ้าใช้กล่องที่ออกแบบมาสำหรับชำต้นไม้โดยเฉพาะจะทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น

เช่น ฝากล่องจะมีความใสกว่า ขนาดหลุมพอเหมาะ จัดวางง่าย

ตัวอย่างการชำใบแอฟริกันไวโอเล็ต ด้วยกล่องชำ

African Violet

ตัวอย่างการชำต้นอ่อนแอฟริกันไวโอเล็ต

African Violet

สนใจสั่งซื้อได้ที่ http://www.africanvioletshop.com/product/23/

แนะนำวิธี เปลี่ยนดินกันหน่อยค่ะ แต่ไม่ได้ เปลี่ยนแบบธรรมดานะคะ…!!!!

ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่วัสดุที่ปลูกแอฟมันเปลี่ยนไปนิดหน่อย
วิธีเปลี่ยนดินแบบนี้มีคุณพี่ที่เคารพสอนมาค่ะ ประทับใจคุณพี่เค้าก็เพราะพี่เค้า
เทต้นไม้ของตัวเอง มาreview ให้เราดูกันเลย สุดยอดมากๆ

หลังจากนั้นก็ชอบวัสดุปลูกชนิดนี้มากเลยค่ะ นั่นก็คือ “เปลือกสน”

เริ่มกันเลยนะคะ

1.นำแอฟที่จะเปลี่ยนดินมาค่ะ
2.เตรียมเปลือกสน แช่น้ำให้ชุ่ม
3.นำแอฟออกจากวัสดุปลูกเก่า
4.ล้างรากแอฟให้สะอาดอย่างเบามือ เพื่อเอาวัสดุเก่าออก
5.นำแอฟลงไปปลูกใน “เปลือกสน”
6.ใส่น้ำลงไปในภาชนะที่ปลูกให้อยู่ 1ส่วนสามของภาชนะนั้น

เท่านี้ก็ได้แอฟสวยๆ กับวัสดุปลูกเก๋ๆ แล้วค่ะ

African Violet Repot
African Violet Repot

สังเกตุง่ายๆค่ะ ใบแก่คือใบที่อยู่ด้านล่างสุดของต้น และเมื่อใบแก่มากๆสีจะเปลี่ยนเป็นสีซีดลง หรือขอบใบจะมีสีที่ซีดลง
african violetafrican violet
ถ้าเห็นใบแอฟริกันไวโลเล็ตเป็นแบบนี้ไม่ต้องเสียดาย ตัดทิ้งออกไปได้เลย เพราะเก้บไว้ก็จะไปแย่งอาหารใบต่างๆ และการที่เราเด็ดใบออกนั้นจะทำให้มีใบใหม่ สวยๆเกิดขึ้นมาให้เราได้ชื่นชมอีก

แอฟริกันไวโอเล็ตเป็นพืชที่มีใบและดอกสวยงามไม่ควรรดน้ำด้วยการรดแบบทั้งต้น หรือรดให้น้ำโดนใบและดอก เพราะจะทำให้ดอกและใบช้ำและเกิดอาการเน่าขึ้นได้ บางครั้งน้ำจะทำให้ใบเป็นคราบน้ำไม่สวย

ฉะนั้นการรดน้ำแอฟริกันไวเล็ตควรใช้วิธีพ่นน้ำจากกระบอกป๊อกกี้ ฉีดพ่นเฉพาะหน้าดินพอชุ่มเล็กน้อยวันละครั้งเช้าหรือเย็นก็ได้ อย่าให้น้ำถูกใบและดอกอย่างเด็ดขาด หรือการใส่แอฟริกันไวโอเล็ตไว้ในถาด
แล้วใส่น้ำไว้ประมาณ 1 cmทิ้งไว้ให้เค้าดูดน้ำเอาเองสักชั่วโมงแล้ว เทน้ำออก แค่นี้ก็อิ่มแล้วค่พียงพอแล้ว
ก่อนที่จะรดน้ำลองใช้นิ้วแตะที่เครื่องปลูกให้ลึกลงไป 1 cm ถ้าชื้นอยู่ก็ไม่ต้องรดน้ำ เครื่องปลูกควรจะชื้นแต่ไม่แฉะ

ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือน้ำที่จะนำมารดแอฟริกันไวโอเล็ตนั้นควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิปรกติ ไม่ควรเป็นน้ำเย็นจัดหรือร้อนจัดเกินไปเพราะถ้าเป็นน้ำที่ร้อนจัดแอฟริกันไวโอเล็ตก็จะตายแน่นอน ส่วนถ้าเป็นน้ำที่เย็นเกินไปแอฟริกันไวโอเล็ตอาจจะไม่ตายแต่มีสีของใบที่ผิดเพี้ยนไป อย่างเช่นรูปด้านล่างนี้

african violet

african violet

วิธีเปลี่ยนดิน African Violet (แอฟริกันไวโอเลต)

เราควรเปลี่ยนดิน African Violet ทุกๆ 6 เดือน เพราะเมื่อดินหมดสภาพจะส่งผลให้ African Violet เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น โตช้า ใบเล็กลง ไม่สมบูรณ์ และ ไม่ออกดอก

– เริ่มต้นต้องเตรียมดินให้พร้อมก่อน โดยใช้พีทมอส(Peatmoss) 70ส่วน ผสมกับ เพอร์ไลต์ (Perlite) 30ส่วน


– ก่อนที่จะเปลี่ยนดิน African Violet เราควรตกแต่งต้นก่อน โดยเด็ดใบเสีย ใบแก่ และ ดอกที่แห้งเหี่ยว ออกเสียก่อน

– หลังจากเด็ดออกแล้วหมดแล้ว จะเห็นว่าลำต้นจะโผล่ออกมาเป็นแบบต้นมะละกอ ดูแล้วไม่สวยงามเลย

– ขั้นต่อมา เรามาเริ่มเปลี่ยนดินกันเลย ค่อยๆดึง African Violet ออกจากกระถาง

และ ค่อยๆเขี่ยดินออกจากราก

หากรากเยอะมากยาวชนก้นกระถาง เราก็สามารถตัดออกได้ เพราะว่าเราจะปลูกให้ต้นต่ำลง หากไม่ตัดรากจะติดก้นกระถาง

– ใส่ดินรองก้นกระถาง กะให้พอกับระยะของรากและต้น

– และ ค่อยๆใส่ดินลงไปทีละข้าง แล้ว ค่อยๆใช้นิ้วกดดินรอบๆ ไม่ต้องให้แน่นมากพอให้ต้นไม้ทรงตัวได้มั่นคง

แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อย

หาแปรงขนนุ่มๆมา ปัดดินออกจากใบให้เรียบร้อยเพื่อความสวยงาม

ผู้เลี้ยง African Violet ส่วนมาก มักเลี้ยงไว้ในอาคารสำนักงาน หรือ ในบ้าน ซึ่ง African Violet ก็สามารถเติบโตได้ดี สิ่งสำคัญคือ เรื่องอุณหภูมิ แสง และ ปุ๋ย เราต้องแลดูให้เพียงพอการความต้องการ และ ควรจัดหาถาดรองน้ำรองต้นไม้ไว้เพื่อสะดวกในการให้น้ำ หากอากาศแห้งมาก เราควรพ่นน้ำเพื่อให้มีความชุ่มชื่นแก่ต้นไม้ด้วย
ข้อดีของการเลี้ยงไว้ในอาคารคือเราสามารถคุมอุณหภูมิได้ดีกว่านอกอาคาร
ส่วนมากคนที่เลื้ยง African Violet อย่างจริงจัง มักจะเลี้ยงไว้ในห้องที่ติดแอร์ หรือ ห้องที่ปรับอากาศได้ ซึ่งจะทำให้ต้นไม้ เติบโต และ ออกดอกได้ดี

เรื่องแสงเราอาจจะหาตำแหน่งที่มีแสดงธรรมชาติ เช่นริมหน้าต่าง แต่จะต้องไม่ร้อนมากเกินไป หรือ จะใช้หลอดฟลูออเรสเซนส์แบบ cool day light ธรรมดาก็ได้ ให้วางหลอดไฟห่างจากต้นไม้ ประมาณ 1 ฟุตจะให้แสงที่ดีเพียงพอแล้ว

เรื่องอุณหภูมิ ส่วนมากในอาคารอุณหภูมิจะเย็นอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ไม่ควรเกิน 30 องศา แต่ช่วงที่ต้นไม้ชอบที่สุด อยู่ที่ประมาณ 24 องศา*

รูปชั้น African Violet

* ทีมา Auburn Universities

การขยายพันธุ์ด้วยใบ เป็นการขยายพันธุ์ของแอฟริกันไวโอเลตที่ง่ายที่สุด และได้ต้นลูกที่เหมือนต้นแม่ทุกประการ จะมี 2 วิธี ชำในดิน กับชำในน้ำ ชำในน้ำจะให้รากและงอกต้นเร็วกว่าในดิน แต่ตอนย้ายไปปลูกในดิน แอฟริกันไวโอเลตจะต้องปรับสภาพรากใหม่อีกครั้ง ทำให้ตายได้ง่ายกว่าการชำดินตั้งแต่แรก

วัสดุปลูก ใช้  peat moss 2 ส่วน / vermiculite หรือ perlite 1 ส่วน

วิธีปักชำใบ เลือกใบที่ไม่แก่มาก โอกาสเน่าก็จะน้อยลงเพราะว่ากว่าจะงอกรากและต้นอ่อนก็ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1-2เดือน (ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์) ใบแก่มากอาจจะหมดอายุไปก่อนที่ต้นอ่อนจะแข็งแรง อาจจะทำให้ไม่รอดได้  หลังจากได้ใบที่ต้องการแล้วให้ตัดเฉียง 45 องศาห่างจากโคนใบประมาณ 2 ซม.  เหมือนในรูป ถ้ายาวมากต้นอ่อนจะยืดมากและไม่แข็งแรง

และการชำใบแอฟริกันไวโอเลต ปักลงอย่างในรูปข้างล่าง

หลังจากชำไว้ประมาณ 1-2 เดือน แอฟริกันไวโอเลต ก็จะเริ่มมีต้นอ่อนขึ้นมาตามรูปข้างล่าง

เมื่อต้นอ่อนโตจนมีใบ 4-6 ใบแล้ว ก็สามารถแยก แอฟริกันไวโอเลต ต้นอ่อนออกมาปลูกในกระถางใหม่

อีกประมาณ 1-2 เดือนต้นแอฟริกันไวโอเลตจะโตเต็มที่พร้อมให้ดอก

 

1. แสงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับการเจริญเติบโต และ การออกดอก แอฟริกันไวโอเลตจะชอบความสว่าง แต่ไม่ชอบแสงที่มีความร้อน ฉนั่น แอฟริกันไวโอเลตโดนแสงจากพระอาทิตย์โดยตรงไม่ได้  แสงจากหลอดไฟนีออนก็ใช้ได้ โดยวางห่างจากหลอด ประมาณ 1 ฟุต ใช้หลอดที่ให้แสดงธรรมดา (day light) วันละ 10-12 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมง และแต่ความเหมาะสมของแต่ละพันธุ์

2. น้ำ ควรใช้น้ำสะอาดที่ไม่มีสารแขวนลอย น้ำปะปาก็ได้ แต่ต้องไม่เย็นหรือร้อนเกินไป ระดับอุณหภูมิห้อง หากเป็นน้ำปะปาควรทิ้งไว้ก่อน 1 คืนเพื่อให้ครอลีนระเหยไปก่อน น้ำกรองจะดีที่สุด ใบจะสวย

3. ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยเกร็ด 20-20-20 หรือ 15-15-15 ใช้ 1/4 ช้อชา ผสมน้ำ 4.5 ลิตร  รด แอฟริกันไวโอเลต อาทิตย์ละ 1 ครั้ง

4. สภาพอากาศที่เหมาะสม สำหรับ แอฟริกันไวโอเลต ควรอยู่ในช่วง 22 -24 องศา แต่อาจจะได้ถึง 28 องศา แต่ไม่ควรเกินเพราะจะทำให้ แอฟริกันไวโอเล็ต เฉาและเน่าง่าย และที่สำคัญ ควรรักษาอุณหภูมิไม่ควรเปลี่ยนแปลงมาก

5. ดิน ใช้ peat moss ผสม vermiculite หรือ perlite 30%-40% (peat moss 2 ส่วน / vermiculite หรือ perlite 1 ส่วน)

รูปตัวอย่าง peat moss

ตัวอย่าง peat moss ยี่ห้อที่ซื้อ หาได้ตามร้านทั่วไป

Tagged with: